HomeWhy edugroupPhoto GalleryDownloadAluminiFAQAboutContact

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Category : English Clinic

21
September 09
Vol:5 ภาษาอังกฤษที่มักใช้ผิด(ตอน2)

สวัสดีค่ะ ห่างกันไปนานนะคะสำหรับภาษาอังกฤษที่มักใช้ผิด Vol. 5 นี้ ขอเสนอ ตอนที่ 2

 

I am ok. คำว่า OK คำเดียวไม่น่าจะมีปัญหาใช่มั้ยคะ และมีความหมายว่า ตกลง ไปในทางที่เห็นดีด้วยใช่มั้ยคะ แต่ คำว่า OK นั้นกลับไม่ได้มีความหมายไปในทิศทางว่าเห็นด้วยก็ได้เช่นกันค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

 

A: Would you like to have some more ice-cream?

B: No, I am ok.

 

I am ok ในที่นี้ หมายถึง ไม่แล้ว คือตอนนี้อิ่มพอดีแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่สังเกตให้ดี จะมี No นำมาก่อน แต่บางคนก็จะไม่พูด No ค่ะ แต่กรณีส่วนใหญ่จะเป็นในรูปแบบปฏิเสษมากกว่าค่ะ     

 

Fit: คำนี้ได้ยินมานานค่ะ จนนึกว่าเป็นภาษาไทยไปแล้ว ซึ่งหมายความว่า คับ แน่น เมื่อสวมใส่เสื้อผ้า แต่หากพูดกับต่างชาติแล้ว ภาษาอังกฤษ Fit คำนี้จะหมายถึงพอดีค่ะ เช่น

 

A: Do you like this t-shirt?

B: Yes, I do. It fits on me.

 

It fits on me คือ มันสวมได้พอดีเลยละค่ะ ไม่แน่น ไม่คับ ไม่หลวม ค่ะ

 

Free: ง่ายอีกแล้วใช่มั้ยคะ คำนี้ Free ก็คือ ไม่เสียตังค์ แต่ คำว่าฟรี ใช้ได้เยอะกว่านี้ค่ะ คือ ใช้ได้กับคำทั่วๆไปเช่น

Sugar free: ไม่มีน้ำตาล

Fat free: ไม่มีไขมัน

I am free: ฉันว่าง …. คือ ไม่มีธุระแล้ว ทำอะไรก็ได้แล้วตอนนี้ เช่น ….

A: Are you free for this afternoon?  คุณว่างมั้ยตอนบ่ายนี้

B: No, I am not. But I’ll be free tomorrow.  ฉันไม่ว่างบ่ายนี้ แต่ว่าฉันจะว่างวันพรุ่งนี้

เห็นมั้ยคะว่า Free ไม่ได้หมายความว่า ไม่เสียตังค์แค่อย่างเดียวนะคะ

 

Never mind / you’re welcome Never mind คำนี้ ได้ยินบ่อยมากเพื่อเป็นการตอบกลับว่าไม่เป็นไร แต่ ประโยค หรือ การกระทำบางอย่างใช้ you’re welcome จะดีกว่านะคะ เช่น

A: Thank you for taking care of my kid. ขอบคุณมากที่ช่วยดูแลลูกของฉัน

B: You’re welcome. ยินดีค่ะ

 

การใช้ Never mind ส่วนใหญ่จะใช้เมื่อไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นจริงๆ เช่น

A: Is Mr. Michael coming to the party tonight? คุณ Michael จะมางานเลี้ยงคืนนี้มั้ย

B: No, He is not. ไม่มาค่ะ

A: Never mind.  ไม่เป็นไร

 

ดังนั้น ดูรุปประโยคและเหตุการณ์ด้วยนะคะว่า  เราอยากจะตอบว่าเรายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ (You are welcome) หรือ ว่าเราไม่ใส่ใจกับการกระทำนั้น ( Never mind)

 

Used to: คำนี้แปลว่า เคย ค่ะ แต่การใช้งานก็คือ เคยแบบ เกิดขึ้นและมักทำอยู่บ่อยๆ เช่น I used to take the bus number 77. คือ เมื่อก่อนนี้ ฉันขึ้นรถเมล์สาย 77 บ่อยๆ ซึ่งเคยได้ยินหลายๆคน ใช้ used to ว่าเคย เช่น I used to go to America ซึ่งหากไม่ได้ไปบ่อยๆเมื่อก่อนจริงๆ และในอนาคตจากนี้ก็จะไปหรือไม่ไปอีกแล้วก็ยังไม่แน่ใจเนี่ย แนะนำว่าให้ใช้ I have been to America ดีกว่าค่ะ เพราะ used to จะใช้กับอะไรที่เคยทำบ่อยๆ ซึ่งตอนนี้ไม่ทำแล้ว   

 

Like: คำนี้ แปลว่า ชอบ แต่ ในขณะเดียวกัน ก็มีความหมายอื่นๆอีกค่ะ แต่ ในบทนี้ เอาแค่คำที่มักเข้าใจผิดแล้วกันนะคะ คือ like ที่หมายถึง ชอบ กับ like ที่หมายถึง ดูเหมือน เป็นเหมือน เช่น

 

Like ที่แปลว่าชอบ สามารถใช้ประโยคดังนี้

A: Do you like Katarina? คุณชอบแคทรีน่ามั้ย

B: Yes, I like Katarina.   ใช่ฉันชอบ แคทรีน่า

 

Like ที่แปลว่า ดูเหมือน หรือ เป็นเหมือน หรือ มีลักษณะ อย่างไร

A: What is Katarina like? แคทรีน่า เป็นคนอย่างไร

B: She is tall and pretty.  หล่อนสูง และเป็นคนที่สวยทีเดียว

 

Buddhism/ Buddhist: Buddhism คือ ศาสนาพุทธ ซึ่งหมายถึงศาสนาประจำชาติค่ะ เห็นผิดกันเยอะเวลากรอกลงในใบสมัครต่างๆ แต่หากจะบอกว่าเราเป็นชาวพุทธแล้วเนี่ยต้องบอกว่าเราเป็น Buddhist ค่ะ ให้นึกถึงคำอื่นๆเช่น Thailand= ประเทศไทย Thai= คนไทย Art= ศิลปะ Artist= ศิลปิน

My religion  is Buddhism and I am Buddhist. ศาสนาของฉันคือ ศาสนาพุทธ และฉันคือพุทธศาสกนิกชน

 

หวังว่าภาษาอังกฤษที่มักใช้ผิดบ่อยจะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆที่กำลังเรียนรู้ภาษาอังกฤษบ้างนะคะ แล้วเจอกับฉบับหน้าค่ะ  

17
May 09
Vol:4 ภาษาอังกฤษที่มักใช้ผิด(ตอน 1)

สวัสดีค่ะ

พบกันอีกแล้วนะคะ English Clinic ฉบับนี้ก็ขอต่อจากฉบับที่แล้วที่ทิ้งไว้ เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้ได้เสริมความรู้กันค่ะ เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษที่ใช้กันผิดบ่อยๆ จากที่เคยได้ยินมานะคะ ซึ่งหลายๆคน มักจะพูดเพราะตีความหมายผิด หรือ บางคนอาจจะใช้ผิดจากความหมายจริงๆของมัน อย่าเสียเวลา มาดูตัวอย่างกนดีกว่าค่ะ

 

1.   Can และ Do

การใช้ Can และ Do เนี่ย จำแค่ว่า Can นับว่าเป็นความสามารถที่มีหรือไม่มี ในขณะที่ Do เป็นความสามารถที่มีแต่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ ตัวอย่างเช่น

I can speak English. หมายความว่า ฉันพูดภาษาอังกฤษได้ (แต่อาจไม่เนียนเปะๆ)

I can’t speak English. หมายความว่า ฉันพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ (คือไม่สามารถเลยหละ แต่ท่องไว้เผื่อมีฝรั่งถามจะได้ตอบได้ว่า ฉันพูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะ)

I do speak English. หรือ I speak English. หมายความว่า ฉันพูดภาษาอังกฤษได้ (พูดได้แบบเนียนๆ หรือพูดเป็นปกติ chill chill)

I don’t speak English. หมายความว่า ฉันพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ วันนี้ไม่มีรมณ์ อะ ซึ่งปกติถ้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยเนี่ย ก็แนะนำให้ใช้ I can’t speak English ดีกว่านะคะ จะ make sense กว่าค่ะ

 

2.   Bore ที่เป็นคำกริยา ความหมายคือ เบื่อ

แต่เชื่อหรือไม่คะ ว่า การใช้คำกริยาในภาษาอังกฤษผิดไวยากรณ์นิดเดียว อาจทำให้ความหมายผิดเพี้ยนได้ค่ะ ดูการนำไปใช้ดังนี้ค่ะ

boring มีความหมายว่า น่าเบื่อ ตัวอย่างเช่น You are boring. หมายความว่า คุณเป็นคนน่าเบื่อมาก

bored มีความหมายว่า เบื่อ ตัวอย่างเช่น I am bored. หมายความว่า ฉันเบื่อมาก

นั่นแน่!! รู้แล้วใช่มั้ยคะว่า กำลังจะหมายความว่าอะไร ถูกต้องแล้วค่ะ คนส่วนใหญ่มักจะใช้สลับกัน โดยมักใช้ boring เมื่อตัวเองเกิดอาการเบื่อๆ เซ็งๆ โดยมักจะพูดว่า I am boring. อันนี้ผิดมหันเลยค่ะ เพราะจะมีซักกี่คนที่อยากบอคนอื่นว่า ตัวเองเป็นคนน่าเบื่อ หากต้องการจะพูดว่าฉันเบื่อจังเลย (ประมาณว่ารอนานแล้วนะ) ก็ต้องพูดอย่างนี้ค่ะ I am bored. จำไว้ใช้ได้เลยนะคะ

 

3.  การใช้ well และ good ความหมายคือ ดี

อันนี้อย่าว่าแต่คนไทยเราเลยค่ะ ฝรั่งเองก็ใช้ผิดกันเยอะค่ะ ลองสังเกตดูนะคะ ฝรั่งก็พูดผิดแกรมม่าค่ะ ขอบอก

Well แปลว่า ดี และ Good ก็แปลว่าดี แล้วมันผิดยังไงนั่นเหรอค่ะสำหรับประโยคที่ต้องการขยายคำนาม และคำกริยา ผิดอย่างนี้ค่ะ

Well ใช้ขยายกริยา เช่น You can speak English very well: คุณพูดภาษาอังกฤษดีมาก

Good ใช้ขยายคำนาม เช่น You are a good student: คุณเป็นนักเรียนที่ดีมาก

หรือ Good job กับ Well done ต่างก็หมายความว่า คุณทำหน้าที่ของคุณได้ดีมาก เห็นมั้ยค่ะความหมายเดียวกันแต่ใช้ต่างกันที่ คำนาม และ กริยา เท่านั้นเองค่ะ 

 

4.  Fun และ Funny

อันนี้ขอบอกว่าได้ยินบ่อยมากๆ และ ความหมายก็ผิดมากๆ ด้วยค่ะ

Fun     หมายความว่า สนุกสนาน

Funny หมายความว่า ตลก หรือ ขำ

มาดูการใช้งานดีกว่าค่ะจะได้รู้ว่ามันต่างกันอย่างไร

It is fun. และ It is funny.

ต่างกันที่ว่า It is fun มีความหมายว่า มันสนุกในขณะที่ It is funny. มีความหมายว่า มันตลก

เอาละค่ะ ทีนี้ก็คงจะแล้วนะคะว่าใครพูดผิดอย่างไร ถ้าอยากบอกว่า เจนนี่เป็นคนสนุกสนานก็ให้พูดว่า Jenny is fun อย่าเผลอไปพูดว่า funny เชี่ยวนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าเราเห็นเค้าเป็นตัวตลก เค้าอาจจะไม่ชอบก็ได้ แต่ หากจงใจจะพูดว่า เจนนี่เป็นคนตลก ขำๆ ละก็พูดได้เลยค่ะว่า Jenny is funny.

 

แหมม ยังมีอีกเยอะเลยค่ะแต่ดูเหมือนจะยาวเกินไปละ เอาเป็นว่า ฉบับหน้าจะมาต่อตอน 2 แล้วกันนะคะ ฉบับนี้สวัสดี goodbye ค่ะ

20
April 09
Vol.3: ภาษาอังกฤษ แบบ อังกฤษ และ อเมริกัน

สวัสดีค่ะ English Clinic ฉบับนี้ก็ขอเสริมการใช้ภาษาอังกฤษที่หลายคนลืมนึกไปเลยว่า อันที่จริงภาษาอังกฤษใช่ว่าจะพูดเหมือนกันทุกที่ไป อย่างEnglish Clinic Vol. นี้ขอนำเสนอภาษาอังกฤษแบบ อังกฤษ British English  และ แบบอเมริกัน American English  ที่นี้เราจะได้ไม่ต้องเถียงกันยังไงละคะว่าของใครถูกของใครผิด หรือ เธอเขียนผิดชั้นเขียนถูก ประเด็นคือแต่ละประเทศก็ใช้ภาษาอังกฤษตามแบบของประเทศตนเองรวมถึงวิวัฒนาการสมัยใหม่ วัฒนธรรมใหม่ๆ โลกเราก็ย่อมเปลบี่ยนแปลงบ้างไม่เว้นแม้แต่ภาษาที่ใช้สื่อสารกัน ก็แหมม แค่คำว่ารักคำเดียวในภาษาไทยเรายังใช้ภูมิภาคที่อาศัยอยู่ ทีนี้เรามาดูภาษาอังกฤษที่เราสงสัยกันดีกว่าค่ะ

American English (อเมริกันใช้)

British English  (อังกฤษใช้)

ความหมาย

Airplane

Aero plane

เครื่องบิน

Apartment

Flat, apartment

ห้องเช่า

Check / bill

Bill (ในร้านอาหาร)

เรียกเก็บค่าอาหาร

Crazy

Mad (บ้า)

บ้า

Doctor’s office

Doctor’s surgery

แพทย์

Movie

Film

หนัง ภาพยนตร์

One-way (เกี่ยวกับตั๋ว)

Single (เกี่ยวกับตั๋ว เที่ยวเดียว)

ตั๋วเดินทางเที่ยวเดียว

Parking lot (ที่จอดรถ)

Car park

ที่จอดรถ

Railroad

Railway

ทางรถไฟ

Rest room, bathroom

(Public) Toilet (ห้องน้ำ ห้องส้วม)

ห้องน้ำ

Store, shop

Shop

ร้านค้า

Subway

Underground รถไฟใต้ดิน

รถไฟใต้ดิน

Two weeks

Fortnight, two weeks

2 สัปดาห์

Vacation

Holiday(s) วันหยุด

วันหยุด

In a course

On a course

ในหลักสูตร

Live on XXX street

Live in XXX street

อาศัยอยู่บนถนน

Center

Centre

ศูนย์กลาง

Check

Cheque (เช็ค)

ใบจ่ายแทนเงินสด

Color

Colour สี

สี

Liter

Litre (ลิตร)

หน่วยปริมาณ

Meter

Metre (เมตร)

หน่วยวัดความยาว

Organize

Organise

การจัดการ

Practise, Practice

Practise (เป็นกิริยา)

ฝึกซ้อม

Realize

Realise

เข้าใจ

Skillful

Skilful

ทักษะความสามารถ

Theater

Theatre

โรงหนัง

Traveler

Traveller

นักเดินทาง

Whiskey

(สก๊อต) whisky (ไอริช) whiskey

เหล้า สุรา

Round trip

Return (การเดินทาง และการตี๋ตัวกลับ)

การเดินทางไปกลับ

Highway, freeway

Main road, motorway

ทางด่วน

Elevator

Lift

ลิฟต์

Couch

Sofa   

โซฟา

 

 มีหลายครั้งที่บางที่พี่หน่อยเองจะติดๆการใช้ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน เนื่องจากที่เราใช้ชีวิตและเรียนภาษาที่อเมริกา แต่เมื่อเจอเพื่อนที่เคยใช้ใช้ชีวิตอยู่อังกฤษ เราก็จะงง งง กันว่าเราพูดถึงคำศัพท์เดียวกันหรือเปล่า ซึ่งนอกจากคำศัพท์แล้ว ไวยากรณ์เองก็มีส่วนไม่น้อย ค่ะอาทิเช่น

 

 

American  English                                      British English

1. He just went home.                                  1. He’s just gone home.
2. I’ve never really gotten to know her.          2. I’ve never really got to know her.
3. I see a car coming.                                  3. I can see a car coming.
4. It’s important that he be told.                    4. It’s important that he should be told.
5. He probably has arrived by now                5.He has probably arrived by now

 

.เนื่องจากสมัยก่อนคนไทยมักจะเรียนภาษาอังกฤษแบบอังกฤษนับว่าเป็นภาษาอังกฤษแบบคลาสสิค แต่เนื่องจากปัจจุบันอเมริกันมีบทบาทอย่างมากการใช้ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันจึงเข้ามามีบทบาทและทำให้หลายคนใช้ภาษาสับสน และต้องถกเถียงบ่อยครั้งเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ Vol. หน้าเราจะมาคุยกันเรื่อง ภาษาอังกฤษที่คนไทยมักจะใช้ผิดกันบ่อยๆนะคะ สวัสดีค่ะ

 

                                                                                                                                         

19
March 09
Vol.2: การตอบรับคำทักทายตามความรู้สึกในภาษาอังกฤษ

สวัสดีค่ะ ทักทายกันรอบ 2 ใน English Clinic Vol.2 นี้ ก็จะมาตอบโจทย์ จาก Vol.1 คือ การทักทายหลายๆ แบบในภาษาอังกฤษ ฉบับนี้ก็จะว่าด้วยการตอบรับคำทักทายตามความรู้สึกของเราเองค่ะ ซึ่งตอนนี้ ขอสะกดจิตให้ทุกคนลืมคำว่า I’m fine. Thank you, and you? ไปก่อน …ลืมมมมมมันซะ ลืมมัน………

โอเคนะคะ ทีนี้ เรามาดู การตอบคำถามเมื่อมีคนถามว่า

Q: Hello, how are you?

Q: Hi, How are you doing?

ถามด้วย are ก็ต้องตอบด้วย I am (ไอ แอม) หรือ I’m (แอม) ตอบได้ตามความรู้สึกเราดังนี้ค่ะ

รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ก็วันนี้มันอารมณ์ดีนี่นา เนื่องจากว่าเจอตังค์ยี่สิบบาทในกระเป๋ากางเกงจากเมื่อสัปดาห์ก่อน

I’m awesome.      I’m great.      I’m happy.      I’m cool.      I’m wonderful.

รู้สึกธรรมดาๆ ไม่ดีไม่ร้าย ก็ชิว ชิว อะนะ พวกนี้ตอบได้กับทุกสถานการณ์ค่ะ

I’m ok.      I’m good.      I’m fine.

หรือเรารู้สึกแย่จริงๆ ก็ใช้คำเหล่านี้ได้ค่ะ

I’m awful : ฉันรู้สึกแย่จริงๆ

I’m sad : ฉันกำลังรู้สึกเศร้าๆ อะ

I’m tired : ฉันรู้สึกเหนื่อยจังเลย

I’m bored : ฉันรู้สึกเบื่อๆ

I’m angry : ฉันหิวอะ อยากหาอะไรกินจัง

หรือถ้ารู้สึกแย่จริงๆ หรือไม่อยากจะพูดมากก็ใช้คำตอบสยบทุกคำถาม แบบไม่ขอมีถามต่อค่ะว่า

Not bad : ก็ไม่เลวนักหรอก

so so : ก็งั้นๆ อะนะช่วงนี้

Nothing much : ไม่มีอะไรมาก

นอกจากนี้ยังสามารถตอบตามสภาพอากาศร้อนหนาวหรืออาการต่างๆได้ว่า

I’m cold : ฉันหนาว

I’m hot : ฉันร้อน

I’m hungry : ฉันหิว

I’m shaking : ฉันหิว/หนาวจนสั่นไปหมดแล้ว

I’m sleepy : ฉันง่วงนอนจังเลย

เอาละค่ะ ตอนนี้ก็คิดว่าหลายๆคนคงจะมีไอเดียแล้วนะคะ ว่าต่อไปนี้จะตอบคำถามทักทายกันอย่างไรบ้าง จะได้ไม่ต้องจำแต่ I’m fine, thank you กันแล้วนะคะ เลือกจำทีละคำแล้วก็ลองใช้ดูนะคะ

ถ้าสังเกตนะคะคำว่า I’m cool หรือ what’s up! ที่ใช้กันบ่อยๆ เนี่ยหลายคนบอกว่า อเมริก้า อเมริกา ฉบับหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ อังกฤษ และ อังกฤษ อเมริกา ดูสิว่าการใช้ต่างกันอย่างไร แล้วจะใช้อย่างไรดี แล้วเจอกันนะคะ สวัสดีค่ะ

So long แล้วเจอกันค่ะ