HomeWhy edugroupPhoto GalleryDownloadAluminiFAQAboutContact

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Vol:5 ภาษาอังกฤษที่มักใช้ผิด(ตอน2)

สวัสดีค่ะ ห่างกันไปนานนะคะสำหรับภาษาอังกฤษที่มักใช้ผิด Vol. 5 นี้ ขอเสนอ ตอนที่ 2

 

I am ok. คำว่า OK คำเดียวไม่น่าจะมีปัญหาใช่มั้ยคะ และมีความหมายว่า ตกลง ไปในทางที่เห็นดีด้วยใช่มั้ยคะ แต่ คำว่า OK นั้นกลับไม่ได้มีความหมายไปในทิศทางว่าเห็นด้วยก็ได้เช่นกันค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

 

A: Would you like to have some more ice-cream?

B: No, I am ok.

 

I am ok ในที่นี้ หมายถึง ไม่แล้ว คือตอนนี้อิ่มพอดีแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่สังเกตให้ดี จะมี No นำมาก่อน แต่บางคนก็จะไม่พูด No ค่ะ แต่กรณีส่วนใหญ่จะเป็นในรูปแบบปฏิเสษมากกว่าค่ะ     

 

Fit: คำนี้ได้ยินมานานค่ะ จนนึกว่าเป็นภาษาไทยไปแล้ว ซึ่งหมายความว่า คับ แน่น เมื่อสวมใส่เสื้อผ้า แต่หากพูดกับต่างชาติแล้ว ภาษาอังกฤษ Fit คำนี้จะหมายถึงพอดีค่ะ เช่น

 

A: Do you like this t-shirt?

B: Yes, I do. It fits on me.

 

It fits on me คือ มันสวมได้พอดีเลยละค่ะ ไม่แน่น ไม่คับ ไม่หลวม ค่ะ

 

Free: ง่ายอีกแล้วใช่มั้ยคะ คำนี้ Free ก็คือ ไม่เสียตังค์ แต่ คำว่าฟรี ใช้ได้เยอะกว่านี้ค่ะ คือ ใช้ได้กับคำทั่วๆไปเช่น

Sugar free: ไม่มีน้ำตาล

Fat free: ไม่มีไขมัน

I am free: ฉันว่าง …. คือ ไม่มีธุระแล้ว ทำอะไรก็ได้แล้วตอนนี้ เช่น ….

A: Are you free for this afternoon?  คุณว่างมั้ยตอนบ่ายนี้

B: No, I am not. But I’ll be free tomorrow.  ฉันไม่ว่างบ่ายนี้ แต่ว่าฉันจะว่างวันพรุ่งนี้

เห็นมั้ยคะว่า Free ไม่ได้หมายความว่า ไม่เสียตังค์แค่อย่างเดียวนะคะ

 

Never mind / you’re welcome Never mind คำนี้ ได้ยินบ่อยมากเพื่อเป็นการตอบกลับว่าไม่เป็นไร แต่ ประโยค หรือ การกระทำบางอย่างใช้ you’re welcome จะดีกว่านะคะ เช่น

A: Thank you for taking care of my kid. ขอบคุณมากที่ช่วยดูแลลูกของฉัน

B: You’re welcome. ยินดีค่ะ

 

การใช้ Never mind ส่วนใหญ่จะใช้เมื่อไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นจริงๆ เช่น

A: Is Mr. Michael coming to the party tonight? คุณ Michael จะมางานเลี้ยงคืนนี้มั้ย

B: No, He is not. ไม่มาค่ะ

A: Never mind.  ไม่เป็นไร

 

ดังนั้น ดูรุปประโยคและเหตุการณ์ด้วยนะคะว่า  เราอยากจะตอบว่าเรายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ (You are welcome) หรือ ว่าเราไม่ใส่ใจกับการกระทำนั้น ( Never mind)

 

Used to: คำนี้แปลว่า เคย ค่ะ แต่การใช้งานก็คือ เคยแบบ เกิดขึ้นและมักทำอยู่บ่อยๆ เช่น I used to take the bus number 77. คือ เมื่อก่อนนี้ ฉันขึ้นรถเมล์สาย 77 บ่อยๆ ซึ่งเคยได้ยินหลายๆคน ใช้ used to ว่าเคย เช่น I used to go to America ซึ่งหากไม่ได้ไปบ่อยๆเมื่อก่อนจริงๆ และในอนาคตจากนี้ก็จะไปหรือไม่ไปอีกแล้วก็ยังไม่แน่ใจเนี่ย แนะนำว่าให้ใช้ I have been to America ดีกว่าค่ะ เพราะ used to จะใช้กับอะไรที่เคยทำบ่อยๆ ซึ่งตอนนี้ไม่ทำแล้ว   

 

Like: คำนี้ แปลว่า ชอบ แต่ ในขณะเดียวกัน ก็มีความหมายอื่นๆอีกค่ะ แต่ ในบทนี้ เอาแค่คำที่มักเข้าใจผิดแล้วกันนะคะ คือ like ที่หมายถึง ชอบ กับ like ที่หมายถึง ดูเหมือน เป็นเหมือน เช่น

 

Like ที่แปลว่าชอบ สามารถใช้ประโยคดังนี้

A: Do you like Katarina? คุณชอบแคทรีน่ามั้ย

B: Yes, I like Katarina.   ใช่ฉันชอบ แคทรีน่า

 

Like ที่แปลว่า ดูเหมือน หรือ เป็นเหมือน หรือ มีลักษณะ อย่างไร

A: What is Katarina like? แคทรีน่า เป็นคนอย่างไร

B: She is tall and pretty.  หล่อนสูง และเป็นคนที่สวยทีเดียว

 

Buddhism/ Buddhist: Buddhism คือ ศาสนาพุทธ ซึ่งหมายถึงศาสนาประจำชาติค่ะ เห็นผิดกันเยอะเวลากรอกลงในใบสมัครต่างๆ แต่หากจะบอกว่าเราเป็นชาวพุทธแล้วเนี่ยต้องบอกว่าเราเป็น Buddhist ค่ะ ให้นึกถึงคำอื่นๆเช่น Thailand= ประเทศไทย Thai= คนไทย Art= ศิลปะ Artist= ศิลปิน

My religion  is Buddhism and I am Buddhist. ศาสนาของฉันคือ ศาสนาพุทธ และฉันคือพุทธศาสกนิกชน

 

หวังว่าภาษาอังกฤษที่มักใช้ผิดบ่อยจะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆที่กำลังเรียนรู้ภาษาอังกฤษบ้างนะคะ แล้วเจอกับฉบับหน้าค่ะ